เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง..
posted on 14 Jun 2009 11:23 by ashurahime
เมื่อวาณไปงานศพคุณพ่อเพื่อน
และไปงานวันเกิดเพื่อนมา
เป็นอะไรที่สุดขั้วจริงๆเกิดและ...ดับสูญ ...
แต่คนที่ไปสองงานนี้โดยไม่สละซักงานอย่างเราสุดขั้วกว่าไหมเนี่ย..
เริ่มจากงานศพ..เพื่อนผู้หญิงเราคนหนึ่ง เรารู้จักเพราะว่าเป็นแฟนกับเพื่อนเรามาขอติดรถมาด้วย..
ปัญหาก็คือสองคนนี้เลิกกันแล้ว ค่อนข้างจะไม่จากลากันด้วยดีด้วย...ครุมเครือ เรารู้ทั้งรู้ว่าถ้าเพื่อนเราเจอหน้ากับเพื่อนคนนี้คงไม่ดีแน่ยิ่งมากับเราด้วย..แล้วเราจะไปอยู่กับเพื่อนคนไหนดีเนี่ย
พอเพื่อนผู้หญิงคนนี้เจอเพื่อนเราเดินมากับแฟนเก่าปัจจุบันก็คว้ามือเราไปจับแน่น...
กลืนไม่เข้าคายไม่ได้ อยากจะอ้วกออกมาด้วยซ้ำ คนนึงก็เพื่อนสนิทเรา คนนึงก็ไม่สนิทนักแต่ไม่อยากทิ้งเขาอยู่คนเดียวมันทรมาณ...เอามีดมาแทงเราดีกว่างี้อ่ะ...
เพื่อนเราไปนั่งบนพื้นข้างเณรที่บวชให้คุณพ่อ เราก็ไปนั่งด้วยแต่อยู่ห่างจากเณร
เณรดูสงบมาก เงียบ...คุยกับเพื่อนเราไม่กี่คำ ก่อนจะมองไปที่เมรุที่โลงศพวางอยู่
หลังจากนั้นก็มีเพื่อนสายวิทย์ทยอยกันมา นั่งที่พื้นข้างเณรบ้าง นั่งเก้าอี้บ้าง ...หลายคนพึ่งเลิกจากเรียนพิเศษมาเราเองก็เหมือนกัน โชคดีที่แม่รู้จักวัดก็เลยพามา
เจอเพื่อนเก่าที่ไปสายวิทย์หลายคน คืออยู่โรงเรียนเดียวกันแหล่ะแต่ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่ บางทีเราเองก็ไม่กล้าจะทักกลัวหาว่าตีซี้เด็กสายวิทย์...
พอได้คุยก็ยังรู้ว่า ไอ้บักพวกนี้มันยังเหมือนเดิมเลยนี่หว่า...เคยกวนเราตอนม.3ยังไงก็ยังเหมือนเดิมแต่คำพูดสุภาพกว่าเดิม...(เอ้ะยังไง)
มีแต่เราที่เปลี่ยนสิน้ะ...
เพื่อนเก่าคนหนึ่งบอกว่า "แต่ก่อนบีเย็นชาอะ..บางทีถามก็ไม่ตอบ ตอนนี้บีเปลี่ยนไป ดูร่าเริงขึ้น พูดมากขึ้นด้วย"(บอกว่าที่เราพูดเริ่มไม่มีสาระชิชะ บักเกรียณนี่)
"แล้วมันดีหรือไม่ดีล่ะ?" เราถาม
"ก็ดี...."เหมือนมันอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป
รู้รึเปล่า...เราไม่ได้มีความสุขเลยนะที่ทำตัวเสแสร้งร่าเริงไปแบบนั้น... ที่เราทำอะไรที่ฝืนตัวเองไม่ใช่เรา...เราหาความสุขไม่เจอ บนชีวิตที่เร่งรีบ บนชีวิตที่โกหกแม้กระทั่งความรู้สึกตัวเอง...เราร้องไห้เงียบๆไม่ต้องการให้ใครมาทุกข์ด้วย...เราหาสาเหตุไม่เจอ แล้วเราก็หยุดร้องไห้ แล้วเราก็ทำตัวร่าเริงต่อไป...
หลังจากนั้น ผู้บรรยายก็บรรยาย...เพื่อนเราที่อยู่ศิลป์จีนหันมากระซิบที่ข้างหูว่า"เห็นแบบนี้แล้ว..นึกถึงพ่อตัวเอง..."เขาเองก็เสียพ่อไปเหมือนกัน..แต่นานแล้ว...
เราจับมือเขาแล้วก็บอกว่าไม่เป็นไรนะยังมีเพื่อนอยู่...นานจนให้ยืนไว้อาลัยเราถึงปล่อย....
ไม่รู้ความรู้สึกนี้มาจากไหน...แต่เรารู้สึกคิดถึงพี่คนหนึ่งจับใจ ไม่ได้แช่งนะ...แต่อยู่ก็รู้สึกคิดถึง เป็นห่วง กลัว..ทั้งๆที่ก็อยู่ห่างกัน รู้สึกเหมือนหูอื้อเหมือนจะร้องไห้ขึ้นมาไม่มีสาเหตุ
...เรากัดฟันตัวเองมองเมรุด้วยสายตาเศร้าๆ แล้วบอกเพื่อนศิลป์-จีนที่อยู่ข้างๆ
"พัด..."
เพื่อนเราหันหน้ามาเป็นเชิงถาม
"เรากลัวจะไม่ได้เห็นรอยยิ้มของเณรอีก...ว่ะ...เราไม่อยากให้เณรเศร้า.."
"ก็อย่าทำให้เณรเศร้าสิ..ดูชั้นสิ"
เพื่อนหันมายิ้มฝืนๆ เพื่อนเองก็เสียคุณพ่อไปนานมากแล้ว...แต่ก็ทำตัวร่าเริง...
.....
"แค่อยู่ข้างกัน...เป็นกำลังใจให้กัน...ไม่ทิ้งกันไปไหนก็พอ..."
เราหลับตาชั่วครั้งแล้วก็ค่อยๆเดินขึ้นเมรุเพื่อไปวางดอกไม้จันทร์ ไหว้ศพคุณพ่อเพื่อนแล้วเดินลงมา...บอกลาเพื่อนๆ
....
เอ็นทรี่หน้าจะเป็นงานวันเกิดเพื่อนแล้วกันนะค่ะ อยู่วันเดียวกันแต่ขออัพคนละเอ็นทรี่แล้วกัน ขอบคุณทุกคอมเม้นมากๆ

บรรยากาศมันบอกไม่ถูกจริงๆ
การสูญเสียนำมาซึ้งความเศร้า..แต่เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้..
#1 By ►Junsh◎ku on 2009-06-14 16:34